งานวิจัย METR: ใช้ AI เขียนโค้ดแล้วช้าลง 19% แต่รู้สึกว่าเร็วขึ้น 20%
การทดลองแบบสุ่มกับนักพัฒนา 16 คน 246 งาน พบว่าใช้ AI แล้วช้าลง ทั้งที่เชื่อว่าเร็วขึ้น ผลนี้บอกอะไร ไม่ได้บอกอะไร ผลรอบใหม่ปี 2026 และวิธีวัดงานตัวเองแบบไม่หลอกตัวเอง
- นักพัฒนาที่ชำนาญ ทำงานในโปรเจกต์ที่ตัวเองรู้จักดี ใช้ AI (ต้นปี 2025) แล้วใช้เวลามากขึ้น 19% แต่หลังจบยังเชื่อว่าเร็วขึ้น 20%
- ความรู้สึกว่าเร็วขึ้นไม่ใช่ตัววัด เพราะแม้แต่คนที่รู้ตัวว่ากำลังถูกวัดก็ยังประเมินผิดทิศ
- ผลรอบใหม่ (กุมภาพันธ์ 2026) เอียงไปทางเร็วขึ้น แต่ METR เองบอกว่าข้อมูลเชื่อถือได้น้อย เพราะคนไม่ยอมทำงานโดยไม่มี AI
- วัดงานตัวเองได้ด้วยวิธีเดียวกัน คือเดาเวลาก่อนทำ สุ่มว่าใช้ AI หรือไม่ แล้วเทียบเวลาจริงกับที่เดา
กลางปี 2025 องค์กรวิจัย METR ปล่อยผลการทดลองที่คนในวงการพูดถึงกันมาก นักพัฒนาที่ชำนาญใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดแล้ว ใช้เวลามากขึ้น 19% ทั้งที่ก่อนเริ่มคาดว่าจะเร็วขึ้น 24% และหลังทำเสร็จก็ยังเชื่อว่าเร็วขึ้น 20% ตัวเลขนี้ถูกยกไปใช้ทั้งฝั่งที่บอกว่า AI ไม่ช่วย และฝั่งที่บอกว่างานวิจัยผิด บทความนี้สรุปว่าการทดลองทำอะไร บอกอะไรได้ บอกอะไรไม่ได้ ผลรอบใหม่ปี 2026 เป็นยังไง และเราเอาวิธีของเขามาวัดงานตัวเองได้ยังไง
ตรวจข้อเท็จจริงกับ: บล็อกของ METR และ paper บน arXiv (2507.09089) รวมถึงบันทึกอัปเดตของ METR เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2026 ณ ตุลาคม 2026
การทดลองทำอะไร
METR ทำ randomized controlled trial (RCT) ซึ่งเป็นแบบการทดลองที่น่าเชื่อถือที่สุดเมื่ออยากรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ
- คน: นักพัฒนา 16 คน แต่ละคนดูแลโปรเจกต์ open source ใหญ่มาหลายปี โปรเจกต์เฉลี่ยมีดาวบน GitHub กว่า 22,000 และโค้ดกว่าล้านบรรทัด
- งาน: 246 issue จริงจากโปรเจกต์ของเขาเอง (แก้บั๊ก เพิ่มฟีเจอร์ refactor) เฉลี่ยงานละราว 2 ชั่วโมง
- การสุ่ม: แต่ละงานถูกสุ่มว่า “ใช้ AI ได้” หรือ “ห้ามใช้ AI”
- เครื่องมือ: ส่วนใหญ่ใช้ Cursor Pro กับ Claude 3.5/3.7 Sonnet ซึ่งเป็นรุ่นแนวหน้าของช่วงนั้น
- การวัด: อัดหน้าจอ และให้รายงานเวลาที่ใช้ จ่ายค่าตอบแทนชั่วโมงละ 150 ดอลลาร์
จุดที่ทำให้ผลนี้มีน้ำหนักคือ การสุ่มรายงาน คนเดียวกัน โปรเจกต์เดียวกัน ต่างกันแค่ได้ใช้ AI หรือไม่ได้ใช้
ผลที่ได้
| ตัวเลข | ค่า |
|---|---|
| นักพัฒนาคาดก่อนเริ่ม | เร็วขึ้น 24% |
| ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐศาสตร์คาด | เวลาลดลง 39% |
| ผู้เชี่ยวชาญ ML คาด | เวลาลดลง 38% |
| ผลจริง | ใช้เวลามากขึ้น 19% (ช่วงความเชื่อมั่น +2% ถึง +39%) |
| นักพัฒนาเชื่อหลังทำเสร็จ | เร็วขึ้น 20% |
ข้อที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่ตัวเลข 19% แต่คือ ช่องว่างระหว่างความรู้สึกกับเวลาจริง คนที่ทำงานนั้นเอง รู้ว่ากำลังถูกวัด ยังประเมินผิดทิศ
ตัวอย่างคำนวณ: ช่องว่างในงาน 2 ชั่วโมง
เอางานเฉลี่ย 2 ชั่วโมง (120 นาที) มาคิด
- เวลาจริงเมื่อใช้ AI: 120 × 1.19 = 142.8 ≈ 143 นาที
- เวลาที่รู้สึก (เชื่อว่าเร็วขึ้น 20%): 120 × 0.80 = 96 นาที
- ช่องว่าง: 143 − 96 = 47 นาที ต่องาน
แปลว่าในความรู้สึกเขาประหยัดไป 24 นาที แต่ความจริงเสียเพิ่ม 23 นาที ถ้าทำงานแบบนี้วันละ 3 งาน ช่องว่างต่อวันคือ 47 × 3 = 141 นาที หรือราว 2 ชั่วโมงกว่า ที่คนทำไม่รู้ตัว
ความรู้สึกว่าเร็วขึ้นไม่ใช่หลักฐานว่าเร็วขึ้น ถ้าอยากรู้ ต้องจับเวลา
เวลาหายไปไหน
paper วิเคราะห์ภาพหน้าจอ เมื่อใช้ AI นักพัฒนาใช้เวลาเขียนโค้ดเองและค้นข้อมูลน้อยลง แต่ไปใช้กับการเขียน prompt, รอ AI, อ่านและแก้สิ่งที่ AI ทำ และนั่งว่างมากขึ้น ตัวเลขบางส่วนจาก paper
- ยอมรับโค้ดที่ AI สร้าง ไม่ถึง 44% ส่วนที่เหลือทิ้งหรือเขียนใหม่
- ราว 9% ของเวลาไปกับการรีวิวและเก็บกวาดผลของ AI
- ราว 4% ของเวลาคือรอ AI สร้างคำตอบ
ผู้วิจัยดู 20 ปัจจัยที่อาจอธิบายผล และพบหลักฐานว่า 5 ข้อน่าจะมีส่วน
- คาดหวังกับ AI สูงเกินไป ใช้แม้ในงานที่ทำเองเร็วกว่า
- นักพัฒนารู้จักโปรเจกต์ดีมากอยู่แล้ว AI จึงเหลือที่ให้ช่วยน้อย
- โปรเจกต์ใหญ่และซับซ้อน
- AI ยังให้ผลที่ใช้ได้ไม่สม่ำเสมอ
- มีบริบทของโปรเจกต์ที่ไม่ได้เขียนไว้ (กติกา ธรรมเนียม) ที่ AI ไม่รู้
ข้อ 5 ตรงกับที่เราเจอเอง วิธีแก้ส่วนหนึ่งคือเขียนกติกาโปรเจกต์ให้ AI อ่าน ดู ไฟล์ส่งต่องานระหว่าง session และอีกส่วนคือรีวิวให้เป็นระบบ ดู checklist รีวิวโค้ดที่ AI เขียน
ผลนี้ไม่ได้บอกอะไร
METR เขียนรายการไว้เองว่าผลนี้ ไม่ได้ แสดงว่า
- AI ไม่ช่วยนักพัฒนาส่วนใหญ่หรือหลายคน
- นักพัฒนาและโปรเจกต์กลุ่มนี้เป็นตัวแทนงานซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่
- AI ไม่ช่วยงานด้านอื่นนอกจากเขียนซอฟต์แวร์
- AI ในอนาคตอันใกล้จะไม่ช่วยในสถานการณ์เดียวกันนี้
- ไม่มีวิธีใช้ AI ที่ดีกว่านี้ในสถานการณ์นี้
ข้อจำกัดอื่น 16 คนถือว่าน้อย และมีความเป็นไปได้ว่าคนที่สมัครเข้าร่วมไม่ใช่ตัวแทนทั่วไป ผลของการเรียนรู้หลังใช้ Cursor เกินราว 50 ชั่วโมงก็ยังตัดออกไม่ได้
ผลรอบใหม่ กุมภาพันธ์ 2026
METR ทำการทดลองรอบใหม่ เริ่มสิงหาคม 2025 ใหญ่กว่าเดิม: นักพัฒนา 57 คน 143 โปรเจกต์ กว่า 800 งาน และติดป้ายบนหน้าผลเดิมว่า “ผลล้าสมัยแล้ว”
| กลุ่ม | ผล (ค่าลบ = ใช้เวลาน้อยลง) | ช่วงความเชื่อมั่น |
|---|---|---|
| รอบแรก (ต้นปี 2025) | +19% | +2% ถึง +39% |
| คนเดิมที่กลับมา (10 คน) | −18% | −38% ถึง +9% |
| คนใหม่ (47 คน) | −4% | −15% ถึง +9% |
ดูเหมือนพลิกเป็นเร็วขึ้น แต่ METR เองเรียกข้อมูลรอบนี้ว่าเป็น “สัญญาณที่เชื่อถือไม่ได้” เหตุผลหลักคือ 30% ถึง 50% ของนักพัฒนาบอกว่าเลือกไม่ส่งบางงานเข้าการทดลอง เพราะไม่อยากทำงานนั้นโดยไม่มี AI งานที่ AI ช่วยได้มากจึงหลุดออกไปจากข้อมูล METR สรุปว่าน่าจะเร็วขึ้นจริงเมื่อเทียบกับต้นปี 2025 แต่ข้อมูลเป็นหลักฐานที่อ่อนมากว่าเร็วขึ้นเท่าไร และกำลังเปลี่ยนวิธีทดลอง
วัดงานตัวเองแบบไม่หลอกตัวเอง
เราไม่ต้องรองานวิจัยรอบหน้า ใช้หลักเดียวกันกับงานตัวเองได้
- ก่อนเริ่มแต่ละงาน จดว่าคิดว่าจะใช้กี่นาที ถ้าไม่ใช้ AI
- สุ่ม ว่างานนี้ใช้ AI หรือไม่ (โยนเหรียญ หรือ
python -c "import random; print(random.choice(['AI','no AI']))") - จับเวลาจริง ตั้งแต่เริ่มจนงานผ่าน review ไม่ใช่แค่ตอนโค้ดเสร็จ
- หาอัตราส่วน เวลาจริง ÷ เวลาที่เดา แยกสองกลุ่ม แล้วเทียบกัน
ตัวอย่างคิดเลข (ตัวเลขสมมติ เพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่ผลวัดจริง) ทำไป 20 งาน กลุ่มละ 10
- กลุ่มใช้ AI: เดารวม 600 นาที ใช้จริง 660 นาที → 660 ÷ 600 = 1.10
- กลุ่มไม่ใช้ AI: เดารวม 600 นาที ใช้จริง 570 นาที → 570 ÷ 600 = 0.95
- เทียบ: 1.10 ÷ 0.95 = 1.16 → กลุ่มใช้ AI ช้ากว่าราว 16%
การหารด้วยเวลาที่เดาไว้ก่อน คือวิธีที่ METR ใช้ปรับความยากของแต่ละงาน งานยากไม่ไปตกกลุ่มไหนกลุ่มหนึ่งจนผลเพี้ยน แต่ต้องจำว่า 20 งานยังน้อยมาก METR ใช้ 246 งานแล้วช่วงความเชื่อมั่นยังกว้าง +2% ถึง +39% ผลจาก 20 งานบอกได้แค่ทิศคร่าว ๆ ให้เก็บต่อเนื่องหลายสัปดาห์
ถ้าทำฟีเจอร์ที่ใช้ AI ในผลิตภัณฑ์ หลักเดียวกันคือวัดด้วยชุดทดสอบ ไม่ใช่ความรู้สึก ดู ชุด eval เล็ก ๆ
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- ยกตัวเลข 19% ไปสรุปว่า AI ไม่ช่วย ทั้งที่ METR บอกเองว่าผลล้าสมัยและใช้กับกลุ่มเฉพาะ
- ยกผลรอบใหม่ไปสรุปว่า AI เร็วขึ้น 18% ทั้งที่ช่วงความเชื่อมั่นคร่อมศูนย์ และ METR เองบอกว่าเชื่อถือไม่ได้
- วัดแค่เวลาเขียนโค้ด ไม่นับเวลารีวิว แก้บั๊กที่ตามมา และรอ AI
- เลือกเองว่างานไหนจะใช้ AI แล้วเอามาเทียบ งานที่เราเลือกใช้ AI มักเป็นงานที่ง่ายกับ AI อยู่แล้ว ผลจึงเข้าข้างเสมอ ต้องสุ่ม
- เชื่อความรู้สึกหลังทำเสร็จ ซึ่งเป็นตัวที่งานวิจัยนี้แสดงว่าผิดได้มากที่สุด
แหล่งอ้างอิง
- Measuring the Impact of Early-2025 AI on Experienced Open-Source Developer Productivity — METR
- Measuring the Impact of Early-2025 AI on Experienced Open-Source Developer Productivity — arXiv 2507.09089
- We are Changing our Developer Productivity Experiment Design — METR
- AI coding can make developers slower even if they feel faster — The Decoder
คำถามที่พบบ่อย
แปลว่า AI ทำให้ทุกคนช้าลงหรือ
ไม่ใช่ METR เขียนไว้ชัดว่าผลนี้ไม่ได้บอกว่า AI ไม่ช่วยนักพัฒนาส่วนใหญ่ กลุ่มที่ศึกษาคือคนที่ทำงานในโปรเจกต์ open source ขนาดใหญ่ที่ตัวเองดูแลมาหลายปี ใช้เครื่องมือของต้นปี 2025 งานแบบอื่น คนแบบอื่น หรือเครื่องมือรุ่นใหม่ อาจได้ผลต่างกัน
ผลนี้ยังใช้ได้ไหมในปี 2026
ตัวเลข 19% เก่าแล้ว METR ติดป้ายบนหน้าเดิมว่าผลล้าสมัย และทำรอบใหม่ที่ผลเอียงไปทางเร็วขึ้น สิ่งที่ยังใช้ได้คือบทเรียนเรื่องการวัด ความรู้สึกของคนใช้กับเวลาจริงห่างกันได้มาก และห่างคนละทิศ
ทำไมถึงช้าลง
งานวิจัยดู 20 ปัจจัย พบหลักฐานว่า 5 ข้อน่าจะมีส่วน เช่น คาดหวังกับ AI สูงเกินไป ผู้พัฒนารู้จักโค้ดดีอยู่แล้ว โปรเจกต์ใหญ่และซับซ้อน AI ยังไม่น่าเชื่อถือพอ และมีกติกาของโปรเจกต์ที่ไม่ได้เขียนไว้ AI จึงไม่รู้
คำสั่งและค่าตั้งในบทความทดสอบบนระบบตัวอย่าง ลองบนเครื่องทดสอบก่อนใช้กับระบบจริงเสมอ