บทความ › AI

EP8 ให้ระบบเลือกเครื่องมือเอง และวัดว่าเลือกถูก ตอนจบซีรีส์

มีเครื่องมือ skill agent รวมกันหลายร้อย จะรู้ได้ยังไงว่างานนี้ควรใช้ตัวไหน วิธีสร้างตัวจับคู่งานกับเครื่องมือ ค้นด้วยความหมาย ให้ LLM จัดอันดับ และวัดผลด้วยชุดทดสอบ

เริ่มต้น อ่าน 5 นาที 15 ตุลาคม 2569 จาก Claude Code สู่ระบบ AI หลายเจ้า · บทที่ 8/8

อ่านจบแล้วจะรู้
  • เครื่องมือเยอะเกินกว่าคนหรือ AI จะจำได้ ต้องมีตัวจับคู่งานกับเครื่องมือ
  • ค้นด้วยความหมายก่อนเพราะถูกและเร็ว แล้วค่อยให้ LLM จัดอันดับเฉพาะตัวท้าย ๆ
  • ไม่มีชุดวัด ก็ไม่รู้ว่าปรับแล้วดีขึ้นหรือแย่ลง สร้างชุดวัดจากงานจริงก่อนปรับอะไร

เจ็ดตอนที่ผ่านมา เราเพิ่มของให้ AI มาเรื่อย ๆ ทั้งคู่มือ skill subagent workflow โมเดลหลายรุ่น MCP และ AI เจ้าอื่น พอของเยอะถึงจุดหนึ่ง ปัญหาใหม่ก็มาเอง คือ งานนี้ควรใช้ตัวไหน ตอนจบนี้จะสร้างตัวจับคู่ที่เรียกว่า router และที่สำคัญกว่า คือวิธีวัดว่ามันเลือกถูก

ปัญหา: ของเยอะจนหาไม่เจอ

ระบบที่เราใช้เองมีของรวมกัน 211 รายการ แบ่งเป็น skill 166 ตัว เครื่องมือ MCP 25 ตัว agent 17 ตัว และแหล่งค้นเอกสาร 3 แหล่ง ไม่มีใครจำได้หมดว่าอะไรเหมาะกับงานไหน AI ก็เช่นกัน ถ้ายัดรายการทั้งหมดให้อ่านทุกครั้ง ทั้งเปลืองและเลือกพลาดง่าย

บริษัทใหญ่แก้ด้วยพนักงานต้อนรับที่รู้ว่าเรื่องไหนต้องส่งไปแผนกไหน

หลักการ: ให้ระบบ จับคู่งานกับเครื่องมือ แต่ต้องมี ชุดวัด ว่ามันเลือกถูกจริง

router ทำงานยังไง

  1. ทำทะเบียน ทุกรายการมีชื่อ ประเภท และคำอธิบายว่าใช้เมื่อไหร่ (คำอธิบายที่ดีสำคัญเหมือนใน EP2)
  2. แปลงคำอธิบายเป็นตัวเลข ด้วย embedding ข้อความที่ความหมายใกล้กันจะได้ตัวเลขใกล้กัน เก็บไว้ในฐานข้อมูลค้นหา
  3. พองานเข้ามา แปลงงานเป็นตัวเลขแบบเดียวกัน แล้วหารายการที่ใกล้ที่สุดสิบตัว ขั้นนี้ทำในเครื่อง เร็วและแทบไม่มีค่าใช้จ่าย
  4. ให้ LLM จัดอันดับ เฉพาะสิบตัวนั้น พร้อมเขียนเหตุผล ขั้นนี้แพงกว่า จึงทำกับรายการที่คัดมาแล้วเท่านั้น
  5. ตรวจความมั่นใจ ถ้าตัวที่ได้ห่างจากงานมาก ให้บอกตรง ๆ ว่าไม่มีเครื่องมือที่ใช่ ดีกว่าเดาแล้วเลือกผิด
งานภาษาคน"รีวิวโค้ดใน pull request"ค้นด้วยความหมาย211 รายการ → 10 · ในเครื่องLLM จัดอันดับ + เหตุผล10 → 1 · ของแพงกับรายการสั้นตรวจความมั่นใจไม่ใกล้พอ = บอกว่าไม่มีลงมือด้วยเครื่องมือที่เลือกhit@3 93%ชุดวัด 30 งาน
ของถูกคัดก่อน ของแพงตัดสินทีหลัง และมีชุดวัดคอยบอกว่าเลือกถูกไหม

ขั้น 3 กับ 4 คือการใช้โมเดลให้เหมาะงานแบบ EP5 ของถูกคัดก่อน ของแพงตัดสินทีหลัง

ชุดวัด: สร้างก่อนปรับ

router จะดีแค่ไหน ดูจากความรู้สึกไม่ได้ ต้องมีชุดงานทดสอบพร้อมคำตอบที่ยอมรับได้

{ "task": "รีวิวโค้ดใน pull request หาบั๊กและจุดที่ควรปรับ",
  "expect": ["code-reviewer", "code-review"] }

แล้วนับว่าคำตอบที่ถูกอยู่ในอันดับต้น ๆ กี่เคส

def hit_at(k, cases, route):
    hits = sum(any(name in route(c["task"])[:k] for name in c["expect"]) for c in cases)
    return hits / len(cases)

ทุกครั้งที่แก้คำอธิบาย เปลี่ยนโมเดล embedding หรือปรับวิธีจัดอันดับ ให้รันชุดวัดนี้ ตัวเลขขึ้นคือดีขึ้นจริง ตัวเลขลงคือย้อนกลับ

ผลจริง

router ที่เราใช้เองมีชุดวัด 30 งาน เขียนจากงานที่สั่งจริง รันเฉพาะขั้นค้นด้วยความหมาย ไม่มี LLM ช่วย ได้ผลแบบนี้

วัดผล
ถูกในอันดับ 1 (hit@1)22/30 (73%)
ถูกใน 3 อันดับแรก (hit@3)28/30 (93%)
ถูกใน 5 อันดับแรก (hit@5)29/30 (97%)

แปลว่าแค่ขั้นค้นที่ถูกและเร็ว ก็คัดตัวที่ใช่มาอยู่ในห้าตัวแรกได้เกือบทุกงาน ส่วนการเลือกตัวที่หนึ่งให้แม่นขึ้น คือหน้าที่ของขั้น LLM จัดอันดับ

เคสที่พลาดก็มีบทเรียน งาน “เขียนเอกสาร Word รายงานมืออาชีพ” ควรได้ skill สำหรับไฟล์ Word แต่ไม่ติดห้าอันดับแรก ทั้งที่คำอธิบายของ skill นั้นมีคำว่า Word อยู่แล้ว ชุดวัดทำให้เราเห็นเคสแบบนี้ ถ้าไม่มี ก็จะไม่รู้เลยว่ามันพลาด

หาของใหม่เอง แต่คนเป็นคนรับเข้า

router ตัวนี้ยังมีงานรายวัน ค้นหา skill ที่เพิ่งอัปเดตบน GitHub ให้ LLM ประเมินจาก คุณภาพและความใหม่ ไม่ใช่จำนวนดาว แล้วเสนอเข้าคิว ไม่ได้รับเข้าทะเบียนเอง ต้องมีคนรีวิวก่อน เหตุผลเดียวกับ EP6 ของที่ AI จะหยิบไปใช้ ต้องผ่านคนตัดสินว่าเชื่อถือได้

ลองเองใน 10 นาที

  1. เขียนรายการเครื่องมือหรือ skill ที่มีอยู่ 10 ตัว พร้อมคำอธิบายว่าใช้เมื่อไหร่
  2. เขียนงานทดสอบ 10 งานจากสิ่งที่สั่งจริงเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมคำตอบที่ถูก
  3. ให้ Claude อ่านรายการแล้วเลือกให้ทีละงาน นับว่าถูกกี่ข้อ นั่นคือชุดวัดแรกของคุณ ก่อนจะสร้าง router จริงด้วยซ้ำ

ตรงไหนที่คนต้องทำ

คนเป็นคน เขียนชุดวัดจากงานจริง และ อนุมัติของใหม่เข้าทะเบียน สองอย่างนี้คือสิ่งที่ทำให้ระบบที่มี AI หลายตัวยังเชื่อถือได้ แม้มันจะโตขึ้นทุกวัน

สรุปทั้งซีรีส์

EPหลักการ
1สิ่งที่อยากให้ AI รู้ ต้องอยู่ในไฟล์
2แยกความรู้ ขั้นตอน และกฎบังคับ
3งานที่อ่านเยอะแต่ผลสั้น ส่งให้ผู้ช่วยที่มีห้องของตัวเอง
4ขั้นตายตัวให้สคริปต์ ขั้นที่ต้องคิดให้ AI ด่านสุดท้ายเป็นคน
5ตัวเก่งกับงานที่ต้องคิด ตัวเล็กกับงานที่อ่านเยอะ
6เขียนเครื่องมือครั้งเดียวด้วย MCP ใช้ได้กับ AI หลายตัว
7ทุกการเรียกโมเดลผ่านชั้นกลางชั้นเดียว ไม่ผูกกับเจ้าเดียว
8ให้ระบบเลือกเครื่องมือ และวัดว่าเลือกถูก

ทั้งแปดข้อมีเรื่องเดียวกันซ่อนอยู่ AI ทำงานได้มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ระบบจะดีได้ ต้องมีคนออกแบบว่าใครทำอะไร ใครตรวจ และใครตัดสิน

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมีเครื่องมือเยอะแค่ไหนถึงควรทำ router

ถ้ายังจำได้หมดว่าอะไรอยู่ไหน ยังไม่ต้องทำ เริ่มคุ้มเมื่อมีหลายสิบชิ้นขึ้นไป หรือเมื่อเริ่มเจอว่า AI หยิบเครื่องมือผิดบ่อย

hit@3 คืออะไร

สัดส่วนของงานทดสอบที่คำตอบที่ถูกต้องอยู่ในสามอันดับแรกที่ router เสนอ ถ้า hit@3 เท่ากับ 93% แปลว่า 93 ใน 100 งาน เครื่องมือที่ใช่อยู่ในสามตัวเลือกแรก

คำสั่งและค่าตั้งในบทความทดสอบบนระบบตัวอย่าง ลองบนเครื่องทดสอบก่อนใช้กับระบบจริงเสมอ

อ่านต่อ

#AIเริ่มต้น

EP7 Claude ทำงานร่วมกับ AI ตัวอื่น โมเดลในเครื่อง และเจ้าอื่นผ่านทางเดียว

ไม่มีโมเดลไหนดีและถูกที่สุดทุกงาน วิธีให้ Claude ทำงานร่วมกับโมเดลในเครื่องและโมเดลเจ้าอื่น ผ่านชั้นกลางชั้นเดียว พร้อมโค้ด 15 บรรทัดและทีม agent 17 ตัวที่ใช้จริง

อ่าน 6 นาที
#AIกลาง

Sandbox ให้ AI เขียนโค้ด: จำกัดไฟล์และเน็ตด้วย bubblewrap กับ Seatbelt

ให้ AI coding agent รันคำสั่งได้เองโดยไม่ต้องกดอนุมัติทุกครั้ง ด้วย sandbox ระดับ OS ตั้งขอบเขตไฟล์และเน็ตยังไง ค่าเริ่มต้นที่ต้องรู้ และส่วนที่ sandbox ไม่ครอบ

อ่าน 8 นาที
#AIกลาง

เปิด AI หลาย session พร้อมกัน แล้วส่งงานข้ามกันด้วย ไฟล์ ไม่ใช่แชท

วันเดียวเปิด Claude Code สามหน้าต่าง ทำเว็บ ออกแบบเกม และทำวิดีโอ AI พร้อมกัน ส่งงานข้าม session ด้วย CLAUDE.md, memory และ git พร้อมกับดักเรื่อง worktree ที่เจอจริง

อ่าน 9 นาที